back to homego to know usgo to activitygo to contact usgo to good mediago to web board

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติคุณพ่อวิชัย โภคทวี
ผู้บุกเบิกและก่อร่างสันติวนา

ผมเข้าเรียนเมื่ออายุ ๗ ขวบ เริ่มเรียนชั้นประถม จนจบมัธยมต้นที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก  แล้วไปเรียนต่อชั้นเตรียมอุดมที่โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย บ้านโป่ง  แต่พอจบแล้ว ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในปีนั้นไม่ได้ จึงอยู่บ้านช่วยแม่ขายโจ๊กตอนเช้า ส่วนตอนกลางวันขายก๊วยเตี๋ยวอยู่หนึ่งปี  บ้านผมอยู่ที่ ซ. ศาลาแดง ถ. สีลม  ตอนนั้นผมทำงาน ล้างถ้วย ล้างชาม เช็ดโต๊ะ สับหมู หั่นผัก ซอยขิง จนเชี่ยวชาญชำนาญไปหมด บางครั้ง ผมก็ทำโจ๊ก ผัดก๊วยเตี๋ยว ขายให้ลูกค้าด้วย นอกจากนั้น ผมก็ทบทวนความรู้ เพื่อเตรียมสอบในปีต่อไป ผมไปกวดวิชาบ้าง แต่ก็แอบไปโต๋เต๋ ที่เยาวราช และโรงหนังต่างๆ อยู่บ่อยๆ ด้วย

จนถึงเวลาสอบเอ็นท์ทร้านส์ ในปีต่อมา  ผมก็สอบติดที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในคณะเกษตร ซึ่งผมจบปริญญาตรี ในสาขาวิชา ปฐพีศาสตร์  ตลอดระยะเวลา ๔ ปีที่อยู่มหาวิทยาลัยผมได้ไปร่วมออกค่ายอาสาพัฒนาบ้านเซเวียร์ทุกปี (ค่ายฯบ้านเซเวียร์จะออกไปอยู่ในหมู่บ้าน และทำงานกับชาวบ้าน ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ปีละประมาณ ๕ สัปดาห์ แต่ในช่วงระหว่างปี เราก็มีงานตลอด งานหาทุน สำรวจพื้นที่ที่จะไปออกค่าย ฯ และติดต่อประสานงาน กับชาวบ้าน และหน่วยราชการต่างๆ) จนผมจบแล้ว ก็ยังอยู่ช่วยค่ายฯ บ้านเซเวียร์อีกเกือบปี ก่อนที่จะไปทำงาน

ผมไปทำงานที่ปักษ์ใต้ กับเพื่อนของพ่อผมคนหนึ่ง เขามีเหมืองแร่ดีบุก อยู่ที่จังหวัดระนอง ตอนนั้นผมไปทำรังวัด ผมทำงาน และกินอยู่ที่เหมืองเลย เหมืองนี้อยู่ห่างออกไปจากเมืองระนองประมาณ ๔๐ ก.ม. ที่นั่นมีคนงานประมาณสิบกว่าคน หัวหน้างานคนหนึ่ง แล้วก็ผม ตอนนั้นผมออกจะโดดเดี่ยวสักหน่อย เพราะทำงานไม่เหมือนคนอื่น และไม่มีเพื่อนร่วมงาน จึงต้องอยู่คนเดียว ท่ามกลางธรรมชาติ อันเวิ้งว้าง หลังจากผมอยู่ที่เหมือง ประมาณหนึ่งเดือน ผมได้ตัดสินใจลาออกจากงาน กลับกรุงเทพฯ และมาสมัครเข้าคณะเยสุอิต

พอคณะเยสุอิตรับผมเป็น นวก (หลังจากผ่านขบวนการรับสมาชิกของคณะแล้ว) ก็ได้ส่งผมไปรับการอบรมใน นวกสถานของเยสุอิตที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมเป็นนวกอยู่สองปี ก็ได้รับอนุญาตให้ปฏิญาณตัว ว่าจะอยู่ในคณะไปจนตลอดชีวิต จากนั้นคณะเยสุอิต ก็ได้ส่งผม ไปเรียนวิชาปรัชญาที่ Jesuit Theological College ที่รัฐ Melbourne ประเทศ Australia ผมเรียนปรัชญาอยู่ ๒ ปี แล้วจึงกลับมาทำงานในประเทศไทย ตามหลักสูตร การอบรมสมาชิกของคณะฯ (ในคณะเยสุอิตผู้รับการอบรม หลังจากเรียนจบวิชาปรัชญาแล้ว ต้องพักการเรียน ออกมาทำงานประมาณ ๒ ปี ก่อนที่จะไปเรียนต่อในวิชา เทวศาสตร์) ตอนนั้นผมทำงานเป็นจิตตาธิการ นักศึกษาคาทอลิก อยู่ ๒ ปีกว่า ก่อนที่จะถูกส่งไปเรียนวิชา เทวศาสตร์ ที่ มหาวิทยาลัย Gregoriana ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ผมเรียนอยู่ที่ กรุงโรม ๔ ปี จบแล้วผมก็ได้บวชเป็นพระสงฆ์ ในประเทศไทยในปี ค.ศ. ๑๙๘๖ หลังจากเป็นพระสงฆ์ ผมก็ได้ทำงานเป็นจิตตาธิการนักศึกษาอีกเกือบ ๓ ปี ก่อนที่จะไปเรียน เทววิทยาต่อที่ มหาวิทยาลัย Ataneo กรุง มานิลา ประเทศ ฟิลิปปินส์ อีก ๑ ปี จึงนับว่าจบการอบรม การเป็นพระสงฆ์ของคณะ เยสุอิต อย่างสมบูรณ์

ส่วนการทำงานของผม หลังจากจบการอบรมแล้ว ผมก็ได้เป็นจิตตาธิการ ของนักศิกษาคาทอลิก อยู่ที่บ้านเซเวียร์ เป็นเวลา๔ ปี ก่อนที่จะถูกขอให้ไปทำงานกับสภาสังฆราช แห่งประเทศไทย ซึ่งผมได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน คณะกรรมการคาทอลิก เพื่อความยุติธรรม และสันติ (ยส.) (ยส.เป็นหน่วยงานของพระศาสนาจักรคาทอลิก ที่ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัย ปัญหาของสังคมไทย โดยเฉพาะในเรื่องของความอยุติธรรมต่างๆในสังคม ยส.ยังเป็นหน่วยงานของพระศาสนาจักรที่ไปประสานงานกับหน่วยงาน ของทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมไปถึงการประสานงาน กับศาสนาต่างๆ เพื่อเรียกร้องให้เกิดความยุติธรรม และสันติในสังคมไทย ผมทำงานอยู่ที่ ยส. ประมาณ ๑๐ ปี

ในตอนที่ทำงานอยู่กับ ยส. ผมได้เป็นผู้หนึ่งในการก่อตั้ง คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ (คชพ.) (คชพ.เป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อศึกษา ปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในประเทศไทย และร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านั้น ในการแก้ปัญหาของพวกเขา ตอนนั้นปัญหาสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ คือปัญหาของการไม่มีสถานะภาพทางกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่ระดับชาติ และซับซ้อนมาก เป็นงานที่ต้องทำร่วมกัน ของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ ของทั้ง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายอาจารย์ทางวิชาการ หลายสาขา พร้อมกับองค์กรเอกชนหลายหน่วยงาน ที่ทำงานในท้องที่โดยตรง รวมไปถึงตัวของชาวบ้านเอง) ผมทำงานกับคณะกรรมการคาทอลิก เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ อยู่ประมาณ ๖ ปี โดยเริ่มจากการเป็น กรรมการ

ต่อมาได้เป็นจิตตาธิการ และเป็นประธานในที่สุด ในตอนนั้นผมจึงมีสองตำแหน่ง คือเป็นประธานของ ยส.และประธานคชพ.

หลังจากที่ผมหมดวาระ จากหน่วยงานต่างๆ ของสภาสังฆราชแล้ว ผมได้ขอคณะเยสุอิต มาทำโครงการสันติวนา ร่วมกับคณะอุร์สุลิน ซึ่งผมได้มาบุกเบิกที่นี่แล้วเมื่อ ๗ ปีก่อน ตั้งแต่ยังเป็นป่าหญ้าจนเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผมได้ย้ายมาอยู่สันติวนานี้ได้ ๔ ปีแล้ว ผมคงอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังเป็นที่ต้องการ และขณะที่ผมยังพอทำอะไรได้อยู่